กระจกเว้า ภาพจริงเหมือนเลนส์นูน
1 · ทำนาย
กระจกเว้าโฟกัสแสงเหมือนเลนส์นูน เมื่อเลื่อนวัตถุให้ไกลจากกระจกเว้า ภาพจริงของมันจะเข้าใกล้จุดโฟกัสของกระจกหรือไม่ เหมือนกับกรณีของเลนส์
- ไม่ — วัตถุที่ไกลกว่าทำให้ภาพอยู่ไกลจากกระจกมากขึ้น
- กระจกกับเลนส์ใช้กฎการเกิดภาพที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
- ใช่ ความสัมพันธ์ 1/f = 1/d_o + 1/d_i เดียวกันใช้ได้ วัตถุที่ไกลกว่าจึงให้ภาพอยู่ใกล้จุดโฟกัส
2 · จัดเตรียม
- เปิดค่าที่ตั้งไว้ concave-real แล้วกดรีเซ็ต ระยะโฟกัสของกระจกตายตัวที่ 15 cm
- เปิดค่าแสดงระยะภาพและกำลังขยาย
- ตั้งระยะวัตถุของแต่ละรอบแล้วบันทึกระยะภาพและกำลังขยาย
3 · เก็บข้อมูล
| ระยะวัตถุ d_o (cm) | ระยะภาพ d_i (cm) | กำลังขยาย m |
|---|---|---|
| 20.00 | ||
| 40.00 | ||
| 60.00 |
พล็อตระยะภาพ d_i (แกน y) กับระยะวัตถุ d_o (แกน x) จากสามรอบการทดลอง
4 · วิเคราะห์
- สำหรับหนึ่งรอบ จงคำนวณ d_i จาก 1/f = 1/d_o + 1/d_i โดยใช้ f = 15 cm แล้วหา m = −d_i/d_o เทียบทั้งสองค่ากับตาราง
- จงอธิบายว่าทำไมสมการกระจกเงาจึงมีรูปแบบเหมือนสมการเลนส์บางทางคณิตศาสตร์พอดี ทั้งคู่ใช้ความสัมพันธ์ 1/f = 1/d_o + 1/d_i เดียวกัน แม้กระจกเงาสะท้อนแสงไม่ใช่หักเห
5 · ต่อยอด
- กระจกเชฟหนวดหรือกระจกแต่งหน้าเป็นกระจกเว้าที่ถือให้อยู่ใกล้กว่าระยะโฟกัสเพื่อให้ภาพเสมือนที่ขยายแล้ว (เหมือนการทดลอง magnifier) การทดลองนี้กลับวางวัตถุพ้น f ออกไป ได้ภาพจริงที่กลับหัว อธิบายว่าเมื่อใดจึงต้องการแต่ละรูปแบบ
- ภาพทุกภาพในการทดลองนี้มีกำลังขยายเป็นลบ ใช้เรขาคณิตการสะท้อนจริงของกระจกเว้าอธิบายว่าเหตุใดภาพจริงจากกระจกเว้าจึงกลับหัว เหมือนภาพจริงจากเลนส์นูน
ฟิสิกส์เบื้องหลังการทดลองนี้
สมการกระจก
กระจกเว้า (รวมแสง) เชื่อฟังกฎการเกิดภาพเดียวกับเลนส์นูน: 1/f = 1/d_o + 1/d_i พร้อม m = −d_i/d_o ระยะโฟกัสของกระจกเป็นบวก ตรงกับธรรมเนียมเครื่องหมายของเลนส์