ตัวต้านทานขนาน กระแสแยกกันไหล
1 · ทำนาย
ตัวต้านทานสองตัวต่อขนาน (เคียงกัน) คร่อมแบตเตอรี่ 6 V ทั้งคู่จึงเห็นแรงดันเต็ม ถ้าเพิ่มค่าตัวที่สอง กระแสรวมที่ดึงจากแบตเตอรี่เพิ่มหรือลด
- กระแสรวมเพิ่มขึ้นเมื่อ R2 เพิ่ม
- กระแสรวมไม่ขึ้นกับ R2
- กระแสรวมลด — กิ่ง R2 ที่ใหญ่กว่าพากระแสน้อยกว่า อีกกิ่งไม่กระทบ
2 · จัดเตรียม
- เปิดพรีเซ็ท parallel-resistors แล้วกดรีเซ็ต R1 = 100 Ω คงที่ แบตเตอรี่จ่าย 6 V คร่อมทั้งสองกิ่ง
- เปิดค่าแสดงกระแสที่ตัวต้านทานทั้งสองและแบตเตอรี่
- ตั้งค่า R2 ในแต่ละรอบแล้วบันทึกกระแสรวมที่ดึงจากแบตเตอรี่
3 · เก็บข้อมูล
| ตัวต้านทาน R2 (Ω) | ความต้านทานสมมูล R_p (Ω) | กระแสรวม I_total (A) |
|---|---|---|
| 100.00 | ||
| 150.00 | ||
| 200.00 |
พล็อตกระแสรวม I_total (แกน y) กับ 1/R2 (แกน x) จากสามรอบการทดลอง
4 · วิเคราะห์
- สำหรับหนึ่งรอบ จงคำนวณ R_p = 1/(1/R1 + 1/R2) แล้วหา I_total = E/R_p โดยใช้ E = 6 V, R1 = 100 Ω เทียบกับตาราง และตรวจว่า I_total = E/R1 + E/R2 ให้คำตอบเดียวกัน
- กระแสกิ่งของ R1 คงที่ที่ E/R1 = 0.06 A ไม่ว่า R2 จะเป็นเท่าใด จงอธิบายว่าทำไมกระแสของแต่ละกิ่งขนานจึงขึ้นกับความต้านทานของตัวเองเท่านั้น ไม่ขึ้นกับอีกกิ่ง
5 · ต่อยอด
- เต้ารับไฟบ้านต่อขนาน ไม่ใช่อนุกรม เครื่องใช้แต่ละชิ้นจึงเห็น 120 V (หรือ 230 V) เต็มอย่างอิสระ อธิบายว่าเหตุใดการต่ออนุกรมจึงไม่เหมาะสำหรับบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ที่เปิดปิดอิสระ
- ความต้านทานเทียบเท่าของการต่อขนานเล็กกว่าตัวต้านทานเดี่ยวเสมอ อธิบายว่าเหตุใดการเพิ่มเส้นทางกระแสที่สองจึงทำให้ประจุไหลง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่มียากขึ้น
ฟิสิกส์เบื้องหลังการทดลองนี้
ความต้านทานแบบขนาน
ตัวต้านทานต่อขนานกันแบบกลับหัว: 1/R_p = 1/R1 + 1/R2 แต่ละกิ่งเห็นแรงดันของแหล่งจ่ายเต็ม ๆ และดึงกระแสของตัวเองอย่างอิสระ คือ I = V/R ของกิ่งนั้นเพียงกิ่งเดียว