แว่นขยายอย่างง่าย กำลังขยายเชิงมุม
1 · ทำนาย
แว่นขยายอย่างง่ายใช้กับตาที่คลายตัว วางวัตถุที่จุดโฟกัสของเลนส์พอดี เลนส์ระยะโฟกัสสั้นกว่าให้กำลังขยายเชิงมุมสูงกว่าหรือต่ำกว่า
- ระยะโฟกัสสั้นกว่าให้กำลังขยายต่ำกว่า
- กำลังขยายไม่ขึ้นกับระยะโฟกัสของเลนส์
- สูงกว่า — ระยะโฟกัสสั้นกว่าให้เข้าใกล้วัตถุได้มากกว่าจุดใกล้ลำพลงของตา ทำให้ขนาดเชิงมุมปรากฏใหญ่กว่า
2 · จัดเตรียม
- เปิดค่าที่ตั้งไว้ simple-magnifier แล้วกดรีเซ็ต วัตถุอยู่ที่จุดโฟกัสของเลนส์พอดี (ดูด้วยตาคลายตัว ภาพเสมือนที่อนันต์)
- เปิดค่าแสดงกำลังขยายเชิงมุม
- ตั้งระยะโฟกัสของเลนส์ในแต่ละรอบแล้วบันทึกกำลังขยายเชิงมุมที่ได้
3 · เก็บข้อมูล
| ระยะโฟกัสของเลนส์ f (cm) | กำลังขยายเชิงมุม M |
|---|---|
| 5.00 | |
| 10.00 | |
| 15.00 |
พล็อต M (แกน y) กับ 1/f (แกน x) จากสามรอบการทดลอง เส้นตรงผ่านจุดกำเนิดหรือไม่
4 · วิเคราะห์
- สำหรับหนึ่งรอบ จงคำนวณ M = N/f โดยใช้ระยะจุดใกล้ตามาตรฐาน N = 25 cm เทียบกับตาราง
- อธิบายว่าเหตุใดระยะโฟกัสสั้นกว่าจึงให้กำลังขยายสูงกว่า มันให้ตาที่คลายตัวดูวัตถุจากใกล้กว่าจุดใกล้ลำพลงของตาเองมาก วัตถุจึงกินมุมกว้างกว่ามาก
5 · ต่อยอด
- แว่นขยายระยะโฟกัสสั้นมาก (M สูง) ก็มีระยะทำงานสั้นมากด้วย (วัตถุแทบแตะเลนส์) ซึ่งไม่คุ้มค่าเกินกำลังขยายระดับหนึ่งแล้วกำลังขยายระดับหนึ่ง อธิบายว่าเหตุใดกล้องส่องพลอยของช่างเครื่องเพชรและแว่นขยายมือจึงแทบไม่เกินราว 10×–20×
- สำหรับกำลังขยายสูงกว่าที่เลนส์เดี่ยวทำได้จริง นักออกแบบทัศนศาสตร์หันไปใช้ระบบประกอบ (เหมือนการทดลอง compound-microscope) อธิบายว่าเหตุใดการต่อสองขั้นกำลังขยายปานกลางเข้าด้วยกัน แทนเลนส์ระยะโฟกัสสั้นมากตัวเดียว จึงเป็นทางแก้ที่ใช้ได้จริง
ฟิสิกส์เบื้องหลังการทดลองนี้
กำลังขยายเชิงมุมแว่นขยายอย่างง่าย
แว่นขยายที่ใช้กับตาผ่อนคลายและวางวัตถุที่จุดโฟกัส ให้การขยายเชิงมุม M = N/f โดย N = 25 cm คือระยะจุดใกล้มาตรฐาน ระยะโฟกัสสั้นลงหมายถึงการขยายสูงขึ้น